จากการวิจัยของผมมากว่า 20 ปี

ทำให้ผมได้เข้าใจ ถึง ตด 

ตด ผมจะขอแยกเป็นสองประเภทนะครับ

 

ประเภทแรก ตดดัง 

ตด ดัง จะมีเสียง ที่ชัดเจนครับ อย่างเช่น

ปู๊ดดด ป๊าดดดด! หรือว่า แปร๊ดดดด! อันนี้ออกแนวแถมน้ำมาด้วยนะครับ ห้าห้าห้า

อานุภาพจะค่อนข้างเบานะครับ ตามที่ผมวิจัย และทดลองมาเอง

 

ประเภทที่สอง ตดเบา หรืออาจจะไม่มีเสียง

ตดชนิดนี้นะครับ จะเป็นการทำงานของอวัยวะภายใน อันได้แก่ลำใส้ไม่เล็กก็ใหญ่

และตูดครับ จากการขมิบ แล้ว ค่อย ๆ แง้ม ให้ลมผ่า่นออกมา 

ฟิ๊ววว~~ ฟังดูเหมือนลมพัดเบาๆเอื่อยๆนะครับ

แต่ถ้าถามเรื่องกลิ่น ชนิดนี้มีอานุภาพทำลายได้แม้กระทั่งหมีควายตัวใหญ่ ถ้ามัีนถูกจับอัดในลิฟต์แคบๆ

แล้วมีการตดชนิดนี้ออกมา หมีก็หมีเถอะ มีหลับบ zZZZ

 

ตดแล้วตดอีก ตดกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อ

แนะันำสำหรับเพื่อนที่อยู่ในลิฟต์กับคนเป็นจำนวนมาก ถ้าคุณตดดังฟิ๊ดด 

แล้วเห็นถึงกิริยาของคนในลิฟต์สงสัยในตัวคุณแล้วล่ะก็ . . .

คุณสามารถโบ้ยใส่เพื่อนได้ครับ 

คุณ : เห้ย ไอ้เชี่ยโบ้ มึงตดทำไมเนี่ย กูว่าจะไม่บอกใครละนะ มึงแม่ง ! 

โบ้ : . . . กูว์ ม่าย ด้ายว์ ตดดดว์ว์ว์ 

คนในลิฟต์ก็จะมองเพื่อนโบ้ของคุณ เป็นผู้ต้องหาโดยปริยายนะครับผม 

 

ขอบคุณสำหรับความคิดดีดีในหัวผมวันนี้

ที่อยู่ดีดี ก็ตด แล้ว ก็ไม่รู้จะทำอะไร เลยเอามาเขียนบล็อคนะครับ

ขอบคุณครับ

number one is thailand

posted on 28 Apr 2010 18:01 by sistry

วันนี้เราก็จะมาว่าเรื่อง

ความเป็นหนึ่งของไทย(ในใจผม)นะครับ

เหมือนเอามาคุยกันขำขำแหละ

สิ่งนี้ ผม ชอบ ที่ สุด และ มาก มาก นะ ครับ

ของ copy ต่าง ๆ นา ๆ ที่พยายามสรรหาชื่อมา เพื่อไม่ให้โดนลิขสิทธิ์ (ใช่รึเปล่าครับ?? ห้าห้า)

ผมขอเสนอสินค้าตัวแรกที่ผมประทับใจมากเลยละกัน

 

PUMA ผมเชื่อว่าทุกทุกคนต้องรู้จัก ที่ตราสัญลักษณ์เป็นเสือกระโดด ทำนองแบบนั้นอ่ะครับ

แต่พี่ไทยของเรานี่ มาเลย COMA เป็นรูปเสือพันผ้าพันแผล 

โอ้ว เห็นครั้งแรก ผมแทบอยากจะเดินไปถามคนขายถึงผู้คิดค้นมันขึ้นมา 

ประหนึ่งว่า จบ เอกออกแบบโลโก้จากเมืองนอกเมืองนา คิดได้ยังไง COMA เก่งจริงจริงครับ

 

สินค้าตัวต่อไป ที่กำลังฮิตเป็นที่สุด BLACK BERRY โทรศัพท์ที่เอาไว้ แชท ๆ ๆ กันอ่ะครับ

ผมขอระบายความอัดอั้นสักนิดนึงนะ กะ ไอ้ บีบี เนี่ย

ผมว่าอนาคตคนคงไม่ต้องพูดกันแล้ว 

เพื่ิอนผมแม่ง ผมนั่งกลาง แม่งนั่งข้าง จะบีบี กันทำ ง่ามตูด กันเหรอ

มึงพูดกันก็ได้นะ ไม่ต้องกลัวน้ำลายหยดใส่กู! 

เห้อ เวลาไปไหนมาไหนกะพวกนี้ เหมือนผมไปคนเดียวอ่ะครับ

เพราะจะบีบีทั้งวัน นั่งกินข้่าว ม่าง ให้กูพูดกับ กุ้งแชบ๊วย 

ม่างก็พูดใส่โทสับอยู่ได้ 

เอาล่ะครับมาเข้าเรื่อง

BLACK BERRY นั้น ของไทยเราก็มี ! มึง แบล้ก ใช่ไหม๊ 

กูครีเอต หึ เอานี่เลย BLUE BERRY ม่างง! เป็นไงล่ะ จิ๊ดสุดสุด

ชื่อก็น่ากินแล้ว แต่ส่วนผลกำไรในการขาย ผมไม่รู้นะครับว่าขายดีกันไหม๊

แต่ก็ไม่เคยเห็นใครใช้สักที ห้าห้า

 

ชิ้นถัดมา เป็นสกรีนยี่ห้อนะครับ

IPOD รู้จักกันดีนะครับ แต่นำมาสกรีนเสื้อเป็น IPOOD 

โอ้ ชิทท!!! SHITTTTTTT!! ขี้!!!!!

มันเป็นรูปคนนั่งขี้อยู่อ่ะครับ POO = ขี้

ม่างเอ๊ย ผมสงสัยว่ามันคนคนเดียวกันรึเปล่าที่ครีเอตสินค้าอะไรแบบนี้

 

แหม่ะ แต่ผมก็ยังชอบที่จะเห็นอยู่ดีนะ

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง จริงๆยังมีอีกมาก แต่กลัวคนอ่านเบื่อ

แค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ;]

ร.ต.ผ.

posted on 24 Apr 2010 17:18 by sistry

หลายๆคน คงจะเคยเล่นตัวย่ิอกันบ้างใช่ไหมครับ

อย่างเช่น ฝด ฝันดี เวลาเล่น msn กัน ชอบเจอเพื่อนขี้เกียจพิมพ์ก็มักจะคุยแบบนี้นะครับ คือตัวย่อ

และที่ผมจะนำเสนอในหัวข้อ ร.ต.ผ.  ไม่ใช่จะพูดถึงคำย่อหรืออย่างไร(แล้วเอ็งจะเอ่ยทำซากไก่อะไร!)

 

ร.ต.ผ.ของผมก็ึืคืออออ รอ ตัด ผม ! ครับบ

ทุกคนต้องเคยเข้่า้ร้านตัดผมนะครับ 

โดยเฉพาะ วัยรุ่น วัยทีน กวนส้นทีน ก็ว่ากันไปนะครับ

ที่จะต้องไปรอตัดผมแถวสยาม ที่ราคาก็ไม่รู้จะแพงไปหาดาบง้าวอะไร 

คนก็เยอะเป็นหนอนผีเสื้อ แต่คนก็ยังจะเลือกที่จะ "รอตัดผม" กันนะครับ

 

ส่วนตัวผมวัีนนี้ก็ไปตัดผมที่ร้านแห่งหนึ่ง

แต่คำว่ารอตัีดผม อ่านแล้วดูเหมือนคือ คนจำนวนมาก ต้องนั่งรอกันริดสีดวงจะแตกเอาใช่ไหมครับ

ป่าวเลยครับ ร้านนี้ ก็พอจะมีคนบ้าง

แต่ก็ไม่ได้แน่นเอี๊ยดแบบรถเมล์มินิบัสสาย6(อ้างอิงจาก สปช นะครับ)

แบบเห้ยพี่ชิดในหน่อยยย!!! 

เตี่ยน้องสิครับ ที่กูยืนก็จะไม่มีอยู่แล้ว ตูดนี่กูติดกะตูดมึงแล้วนะ จะให้กูเถิบไปนั่งตักคนขับไหม๊ึครับน้อง

พี่อ่ะ ขวาได้ก็ซ้ายกันหน่อยสิ ทำไมต้องให้ว่า

อีกแล้วครับ มึงเป็นอะไรมากม๊ายยยย ซ้ายอีกนิดนี่กูลงรถเมล์แล้วนะ

อ่ะครับ ไร้สาระมามากพอ เข้าเรื่องๆ

 

วันนี้ผมก็เดินทางไปร้านตัดผมที่ที่เคยตัดให้ในชั่วชีวิตถึงหนึ่งครั้ง

แต่ผมก็อยากไปนะครับ ครั้งนี้ไม่รู้เพราะอะไรดลบันดาลใจให้ไป

และแล้วผมก็ยืนรอรถเมล์ 30 นาที .. . 

วันนี้มันคงเป็นวันที่รถเมล์ใกล้ถึงคราวสูญพันธุ์แล้วล่ะครับ

ช่วยๆกันรักษามันหน่อยนะ ไม่ใช่เอาปากกาไปเขียน ปตท พ่อทุกสถาบัน รักน้ำเท่าฟ้า

มึงจะมาป่าวประกาศให้ชาวไทยรู้ถึงวีรกรรมมึงทำไมครับบ

มึงเก็บไว้เขียนที่สมุดอะไรก็เขียนไปเถอะครับ อย่ามาเขียนเลย ของสาธารณะนะครับ ช่วยกันรักษา

พอถึงร้าน

นั่นไงครับ ถึงเรื่องแล้ว "รอตัดผม"

เข้าไปถึงมี ผู้หญิงหนึ่งท่าน นั่งอบผมอยู่ (ใช่ึรึเปล่าผมก็ไม่ทราบ ที่มันเอาไอ้ที่เหมือนโดมแคปซูลคลอบหัวไว้ครึ่งหัวอ่ะครับ)

แล้วก็มีอีกคน คาดว่าน่าจะนั่งให้กำลังไอ้แคปซูลอยู่ 

และช่างผู้หญิงอีกหนึ่งท่าน 

บทสนทนาก็เริ่มขึ้น

 

ช่างผญ : เอ่ออ มาตัดกับเจ้าของร้านรึเปล่าคะ?

วานิช : อ๋อออ ครับ ครับ เจ้าของร้าน

ช่างผญ : เจ้าของร้านไปแข่งประกวด น้องจะรอรึเปล่าคะ?

วานิช : อ๋อ ครับ รอนี่นานเ้ท่าไร

ผ่างงง ! เอาแล้วครับ ทุกคนคงคิดว่า เอาวะ เต็มที่ 3 ชม เดี๋ยวก็กลับมั้ง หรือไม่ก็ อย่ืางเรว ก็ ชม นึง ก็มา

ช่างผญ : พรุ่งนี้ค่ะ

*(ไอ้บ้าาา แล้วจะถามกูทำขนมจีนอะไรเนี่ย ว่าจะรอไหม๊ ให้นอนค้างเลยไหม๊ เอาหมอนเตรีียมให้กูเลยสิ กูจะได้ค้างเลย โอเคไหม๊)

วานิช : ...

ลูกค้า ผญ : ขำ (เขาคงคิดแบบเดียวกับผมล่ะครับ ว่าจะถามทำไม)

วานิช : เอ่อ งั้น ผม มา พรุ่ง นี้ ก็ ได้ ครับ 

 

นี่ล่ะครับ

รอตัดผมของผม 

เศร้าใช่ไหมครับ 

สุดสุด . .

edit @ 24 Apr 2010 17:30:41 by ณ หางนกยูง

edit @ 24 Apr 2010 17:31:22 by ณ หางนกยูง

สงกรานต์ที่ 13

เกิดเรื่อง เสื่อม ๆ เอือม ๆ และ แฉะ ๆ จะเป็นยังไงจะว่าไปเลยนะครับ

ผม(วานิช)และเพื่อน(วรานันทน์) วางแผนกัน คือ การขายแป้งดินสอพองกัน

เวลา 9.30 วานิชถึงบ้านวรานันทน์

เวลา 9.45 นั่งแพ็คดินสอพองใส่ถุงแยกขาย

เวลา 10.30 นั่งแพ็คดินสอพองใส่ถุงแยกขาย

เวลา 11.20 วานิชเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว วรานันทน์ นั่งมัดปากถุง

เวลา 12.10 วานิชและวรานันทน์ช่วยกันแพ็คจนเสร็จ เป็นจำนวน 172 ห่อ ด้วยกัน

และแล้ว บทสนทนาแรกก็เริ่มขึ้น

 

วานิช : เ้ห้ย มึง ว่า เราเอาไปกี่ห่อกันดีวะ

วรานันทน์ : โห้ย ระ ดับ เรา เอา ไป หมด นั่น แหละ ขายดิบ ขายดี

วานิช : แต่มันหนักนะโว่ย ย ย!

วรานันทน์ : ทนๆหน่อยเถอะ เดี๋ยวก็จะเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน กินไปร้อยชาติก็ไม่หมด

วานิช : ใช่ รวยแน่ 172 ห่อ * 5 = 860 บาท คุณพระ เออว่ะ เรารวยกันแน่ๆเลยว่ะ จะเอาไปใช้ไรดีวะ เยอะจนไม่รุ้จะเอาไปทำไร ไอ้ควายยย! พ่องสิ 860 บาท นั่งรถ ค่าแรง ก็จะหมดแล้ว เออแล้วเราจะเอาไรไปตั้งวะ มีโต๊ะป่ะ

วรานันทน์ : มี แต่แม่งหนักว่ะ เรามาครีเอตกันหน่อย . . เออนี่แหละ ลังพลาสติคฮาร์ทบีทใช้ได้เว่ย!

วานิช : โอ้วว ไอ้หน้าหนังกลอง มึงคิดได้อย่างไร ครีเอตสุดสุด!

วรานันทน์ : เอองั้นพร้อม ม  เล็ตซึโกกกก   บาย แท้กซี่ . .

 ระยะทางจาก พระประแดง ถึงสีลม ราคาอยู่ที่ 109 บาท นั่นไง หายไปแล้ว ถ้าขายหมด แบ่งกันสองคน ได้สามร้อยบาท! รวยตายห่าแล้วห่ารากเอ๊ยยย

 

ณ สีลม เวลา่ 14.05 น.

ก็ได้ไปที่ที่เตรียมขายของไว้ หึ

ที่วาดภาพไว้ระหว่างเิดินแบกของไป มันต้องกว้าง เด่นชัด และทำเลดีที่้สุด ราวกับมีน้ำพุและภูเขาตามหลักฮวงจุ้ยเลยทีเดียว

และแล้วก็เจอครับ ! เกาะ กลาง ถนน !!!!! แล้วคิดภาพครับ ฝั่งที่ตั้งไม่มีคนเดิน มีแต่สิ่งมีชีวิตเครื่องยนต์ที่มีท่อไอเสียพ่นควันได้ กับสิ่งมีชิวิตเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีท่อสีสันมากมาย กับ เบาะเรียบๆ พร้อมกับเอากระจกออก มาโชว์ลีลากันอย่างมากมาย บางท่านก็ยกล้อ ในใจผมก็คิด ถ้ามึงยกล้อแล้วล้อหลังมึงไปสะดุดกะอีก้อนดินสอพองกู ล่วงมา กูจะไม่ขอโทษมึงนะ ไอ้ซัฟฝาย มึงลีลากวางเจาเหรอไง ขับปกติ ปลอดภัยดีกว่านะ ;]

 

เมื่อกี้บอกว่า เริ่มวางของ เวลา 14.05 น. ใช่ไหมครับ

แล้วที่คาดหวังว่าการขายของของเรานั้น จะหมดไปอย่างรวดเรว และ เราจะรวยด้วยกัน

ตามคาดครับ . .

ห่อแรก ราคา 5 บาท ได้ถูก ปล่อยขายเข้าสู่ตลาดในเวลา 17.30!  

5 บาท . . กับ เวลา 3 ชม เกือบครึ่ง แหม่ะ ช่างโชคดีเหมือนกับการเดินไปเรื่อยๆ เจอเงินห้าบาท งั้นน่ะครับ

ห่อแรกปล่อยออก ดีใจมากครับ น้ำตาแทบจะไหลเล็ด เหมือนกับขายไร่ให้นายฝรั่งในราคาสูง 

แต่ก็นะครับ มันก็สอนให้เราได้รู้ว่าเงินมันไม่ได้หาง่ายจริงๆ

หึหึ และแน่นอน เมื่อถุงแรกไป เราก็ต้องคาดหวังเพิ่มครับ 

 

วานิช : เอาวะ อีกไม่กี่นาที ก็หกโมงแล้ว เราจะขายดิบขายดี เป็นเทแป้งลงน้ำ!!!

วรานันทน์ : หึ หึ กูขอไม่พูดอะไร เพราะว่า เราจะรวย!!

แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเหลือบไปเ้ห็นร้านตรงข้ามขายดินสอพองในราคาห่อละ 10 บาท

แต่ห่อแม่งใหญ่เท่าขนมห่ออ่ะครับ คือ แม่งเยอะมากอ่ะะ

เห็นแล้วก็อยากจะบึ้มร้านทิ้ง ถ้ามึงคิดจะขายแบบนี้ มึงเอามีดมาแทงที่เลบขบข้างซ้ายกูเลยได้ไหม๊

แต่แน่นอน เราไม่หมดหวังครับเรายังเดินหน้าขายกันต่อไป

 

ตามคาดครับ . . 

ห่อที่สองถูกปล่อยไปในเวลา 18.20 น.

โอ้ว แม่ เจ้าาา กูรวยล้นฟ้า - -''

ระหว่างเวลา 18.20-21.00 น.  เราก็เริ่มขายได้ เปนระยะ ๆ ระยะละ สอง - ห้าห่อ

แล้ว เวลา 21.15 น.

แก๊ง แว๊นซ์ เมา ก็ได้เข้ามาร่วมบทสนทนากับผม 

แต่ขอให้นึกภาพนะครับ คือ แว๊นก็คุยลำบากละล่ะครับ แต่พอดีผมเป็นคนพูดจา ค่อนข้างจะยียวนซึ่งจะพอคุยกันได้ แต่ มัน เมา ครับ!! 

วานิช: . . .

วรานันทน์ : . . ..

แก๊ง แว๊นซ์ เมา : ยืมมองหน้า
(มึงจะพิจารณาขนบนหน้ากูเหรอว่ามันมีกี่เส้น)

แก๊ง แว๊นซ์ เมา  : เห้ยน้อง เรียนไหนเีนี่ย , บ้านอยุ่ไหน

(คือมึงจะถามกูทำไม มึงจะเอาขี้ำไปปาหน้าบ้านกูเหรอ อีห่าราก ก็โกหกตดเหม็นว่ากันไป)

แล้วก็เหลือบไปมองเห็นมันขโมยน้ำ น่านไง ไอ้เห็บหมา กูก็ว่าไมมึงเล่นน้ำถี่จัง แม่งเอ๊ยขโมยมา

แล้วมาป้วนเปี้ยนแถวๆกูอี๊ก จากที่จะขายได้เทแป้งลงน้ำ(เทแป้งลงน้ำจริงๆครับ เทเล่นเองจนหมด 55)

ก็เป็นขายไม่ได้ เพราะคิดว่าคงไม่ค่อยมีคนอยากจะเข้ามาตรงนี้

และแล้ว พวกผมก็ต้องกลับบ้าน เพราะเนื่องจากยืนต่อไป ก็เหมือนกับท่้อนซุงกับหมาเมา คนคงจะไม่สนใจท่อนซุง 

หึ หึ แต่ว่าเรื่องแฉเพื่อนก็ยังไม่หมดครับ

ณ รถไฟฟ้าสถานี ศาลาแดง

วรานันทน์ : อึ๊ดดดดดด! 

วานิช : ทำไรวะ

วรานันทน์ : ไหลแล้ววว

วานิช : อะไรไหลวะะ 0_0'' !  น้ำไหล ฟองฟูฟอดดดดด ณ พื้น สถานีรถไฟฟ้า

จะมีมนุษย์สักกี่คนล่ะครับ ที่กล้าฉี่บนสถานีรถไฟฟ้าเนี่ย ! ตั้งแต่เกิดมา ก็มีครั้งนี้ล่ะครับครั้งแรกเลย

แหม ฟอง นี่ อุ่น เชียว บ่มมานานสินะ . . 

ข้ามช็อตมาที่บ้านนะครับ 

เพื่อการนับเงินอันรุ่งเรืองของเรา

หึ หึ สุดยอดครับ แบ่งเงินกัน คำนวณกัน 

สรุปครับ ส่วนกำไรของการขายของก็มาเป็นค่ารถ ค่ากิน จนหมด

แล้วนี่พวกกูนั่งตัวไหม้กันทำไมเนี่ยย! โฮกกก

 

ART สุด สุด!

posted on 12 Apr 2010 21:40 by sistry

แหม่ะ

ชื่อเรื่องก็โคตะระน่าอ่านแล้วใช่ไหมล่ะครับ

สำหรับคนชอบศิลปะทั้งหลาย รวมทั้งผมด้วย

 

วันนี้ ผมอยากจะเสนอมนุษย์ศิลปะที่เจ๋งเป้งที่สุดใน ศตวรรษ 

เขาคนนี้เป็นเพื่อนผมครับ ผมขอตั้งชื่อมันไว้ว่า "ก๊าด"  นะครับ

เพราะว่างานศิลปะของก๊าดนั้น เหนแล้ว มัน ก๊า ต ต ต ต ต  อ๊าททททท จริง จริ๊งงง

 (ก๊าด มีความหมายว่า อาร์ท+เกิน = ก๊าด นั่นเองครับ)

ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ก๊าด ได้มาเรียนพิเศษเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยมัณฑณศิลป์ นะครับ

ซึ่งหัวข้องานวันนั้น คือ ผลไม้ครับ

ผมก็เดินมา เจ๊อะ มันวาดเสร็จพอดี

ร้องเสียงหลงเลยครับ

"โอ้ว จีซัส พระเจ้าจอร์จ ซาร่า ยาแก้ปวด!  !"

ผม : มึงวาดได้อย่างไรเนี่ยยยย ย !!!!!! เหมือนมาก

ก๊าด : . . หึ หึ สวยล่ะสิ 

ผม : สุดยอดที่สุดว่้ะเพื่อน แม่งโคตรเหมือนน 

ก๊าด : หึ หึ สุดยอดใช่ป่ะ

ผม : มึงวาดสับปะรดเหมือนมากอ่ะ 

ก๊าด : . . . กูวาดขนุน  

ผม : . .. เอ้อ เหมือนนะเนี่ยขนุนอ่ะ แหม สุดยอดไปเลย

ก๊าด : ไม่ทันละ . . 

 

นี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งนะครับ เรื่องต่อไปนี่แหละ มีอึ้ง ! 

ณ บ้านก๊าด

วันนั้นก๊าดเรียกพวกผมไปทุกคนเลยนะครับ เพื่อจะให้ชมผลงานชิ้นพิเศษสุดสุดที่มันจะนำเสนอ

 

กลุ่มเพื่อน : โอ้ววววว ไอ้ก๊าด เห้ย มึงบ้าไปแล้ว มึง เมพ เมพ แบบ คุณพระช่วย!!

ก๊า่ด : หึหึ อึ้งสินะ สุดยอดเลยอ่ะดิ้

กลุ่มเพื่อน : มึงวาดช้างไ้ด้งดงามมาก มึงคงจะเสนอถึงความเป็นชาติไทยใช่หรือเปล่าวะ ! ความคิดมึงแม่งบรรเจิดมากกกก นับถือว่ะ

ก๊าด : . . . กู วาด ม้า ลายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!

กลุ่มเพื่อน : โอ้โห ม้าลายตัวนี้ก็สวยดีนะ ดูนี่สิ จมูกยาวสวยเชียว

ก๊าด : พวกมึงไม่เข้าใจกูอีกละ แม่ง กูไม่ผิดนะ มึงผิดที่มองไม่เห็นเป็นม้าลายเอง

 

เห็นไหมล่ะครับ อาร์ทสุดสุด จริงๆ 

เพื่อนผมคนนี้ สามารถวาด ขนุน เป็น สับปะรด

วาด ม้าลาย ออกมาเป็น ช้าง

แน่ะมาว่าพวกผมอีก ว่าไม่อาร์ท มองไม่เป็น

นี่ล่ะ มันอาร์ทสุดสุด อาร์ทแบบสิมิละเฮะ อาร์ทเชี่ยเชี่ย!!! โฮกกก