one day หนึ่งวัน วันหนึ่ง
posted on 30 Nov 2010 23:04 by sistryวันหนึ่ง ที่ฟ้าครึ้ม ก่อนฝนจะตก
ฉันก้าวผ่านถนนเส้นเดิมที่ฉันก้าวผ่านอยู่ทุกวัน
ฉันก้าวเดินออกไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อย
ฝนเริ่มตกมาเป็นสะเก็ดน้ำเล็ก ๆ ทีละหยด จากนั้นก็กระหน่ำลงมาทีละหลายล้านหยด
ฉันต้องเดินหาที่หลบฝน . .
ฉันเดินเข้าไปหลบในมุมที่มีร่มโฆษณาเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งกางอยู่
ฉันเฝ้ารอให้ฝนซาเพื่อที่ฉันจะได้เดินทางต่อไป
นาทีแล้ว นาทีเล่า ฝนก็มีแต่กระหน่ำลงมาเรื่อยเรื่อย
ฉัน ก็ ได้ แต่ ยืน มอง . .
รอแล้วรอเล่า ชวนทำให้สมองคิดถึงใครสักคนหนึ่งที่เคยยืนอยู่ข้างฉันเมื่อยามฝนตก
เราเคยหลบฝนในร่มคันเดียวกัน
เราเคยตัวเปียกฝนด้วยกัน
เราเคยทะเลาะกันในวันที่ฝนตก
เราเคยกินข้าวกันในวันที่ฝนไม่เป็นใจ
ไม่รู้สิว่าทำไมสมองมันถึงสั่งการให้คิดถึงคนคนนั้น
ทั้งทั้งที่เรื่องมันนานจนสมองน่าจะลืมมันไปซะ
แต่คงเป็นเพราะหัวใจสั่งการให้สมองห้ามลืม
. . .
พอทีเถอะ จบเรื่องแบบนี้ไว้เสียก่อน
ฉันต้องหาอะไรทำใต้ร่มคันเล็กๆนี่ ที่น้ำยังคงกระเซ็นถูกกางเกงอยู่ตลอด
ฉันหยิบเครื่องเล่นเพลงชิ้นหนึ่งขึ้นมาฟัง
เสียงเพลงมันก้ช่วยทำให้ฉันยืนรอฝนซาได้โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายสักเท่าไหร่
เวลานี้มาถึง ฝนเริ่มซา จำนวนฝนเริ่มน้อยและเบาบาง
ฉันเริ่มก้าวเดินต่ออีกครั้ง
ฉันก้าวเดินเพื่อที่จะไปที่จุดหมายแห่งหนึ่ง
จุดหมายแห่งนั้นเต็มไปด้วยมลพิษมากมายทั้งทางเสียง ทางกลิ่น ผู้คนมากมายแย่งกันขึ้นรถ แย่งกันปล่อยมลพิษใส่กันและกัน
และโลกซึ่งไม่สามารถจะสื่อสารกับมนุษย์ได้ ก็ได้แต่นิ่งเงียบและรับความร้อนที่ผู้คนส่งขึ้นไปให้เป็นของขวัญ
แต่ฉันไม่ได้สนใจตรงจุดนี้สักเท่าไร
โลกจะเป็นยังไงแล้วยังไงต่อ ถ้าถามฉันว่าฉันต้องการโลกไหม ฉันจะตอบว่า "ไม่"
เพราะโลกก็คงไม่ได้ต้องการ "เรา" เหมือนกัน
ถ้าทุกคนเลือกที่จะไม่ต้องการโลก ทุกทุกสิ่งมันคงเกิดระบบหมุนเวียนของมันที่เป็นระบบ
ขอขอบคุณมนุษย์ที่เกิดมาช่วยทำลายโลกด้วยกัน
เอาล่ะ ฉันคิดอะไรเพ้อเจ้อตลอด เวลาที่ฉันต้องไปไหนมาไหนคนเดียว
และนี่ฉันก็กำลังจะถึงจุดหมายที่ฉันต้องไป
มันเป็นที่ที่ทุกคนจะต้องเคยไปและเคยเหยียบที่นั่น
ผมถึงแล้ว . . .
..
"ป้ายรถเมล์"